
รีวิวตัดกรามแบบละเอียดยิบ พร้อมเล่าประสบการณ์โดนบูลลี่ที่จำไม่ลืม!!
สำหรับสาวๆหรือหนุ่มๆคนไหนที่ต้องการศัลยกรรมตัดกราม ต้องอ่านรีวิวตัดกรามของเมเลยนะคะ เพราะบลอคนี้เมตั้งใจเขียนมาก ถือว่าเป็นประสบกาณ์การทำศัยกรรมผ่าตัดใหญ่ที่ต้องดมยาสลบครั้งแรกเลยค่ะ
สวัสดีค่ะ ชื่อลดีวัลย์นะคะ ชื่อเล่นชื่อเมค่ะ เมไม่เคยเขียนรีวิวที่ไหนมาก่อนเลยที่นี่ที่แรก ถ้าอ่านไม่เข้าใจอย่าเพิ่งว่ากันนะคะ แต่เมเขียนจากความรู้สึกจริงๆ
มาเริ่ม!! เมเป็นผู้หญิงคนนึงที่ไม่เคยมั่นใจในตัวเองเลยค่ะ เนื่องจากกรามใหญ่ หน้าเหลี่ยม และโดนคนทักตลอดเวลา บ้างก็พูดว่าหน้าใหญ่จัง กรามใหญ่มาก ถ้าตัดกรามน่าจะสวยขึ้น หรือแบบไปฉีดโบบ้างนะ อะไรประมาณนี้ค่ะ เราโดนมาตลอดตั้งแต่มัธยม คำพูดเหล่านี้ทำให้เราไม่มั่นใจในตัวเองเลย

ขนาดเปิดผมข้างเดียวนะ ถ้าเปิดสองข้างจะขนาดไหน ตอนนั้นทั้งกรามใหญ่ คางตัด คือไม่สวยเลย เราพยายามแต่งตัว แต่งหน้า เพื่อสร้างความั่นใจให้ตัวเอง แต่พอคนทักเรื่องกรามใหญ่มากๆเข้าเราก็เสียเซลอ่ะ

เวลาถ่ายรูปคือจะเน้นหันข้าง เอาผมบังไม่ก็เอามือปิดหน้า ดูในรูปอาจจะเหมือนไม่ใหญ่ เพราะหน้าเราผ่านมาหลายแอพแล้วไง55555 คือหารูปหน้าสดไม่ได้จริงๆ ไม่อยากเก็บไว้ในโทรศัพท์

จับหน้าก็แล้ว Meitu ก็แล้ว ได้เท่านี้จริงๆเพราะถ้าบีบเยอะกว่านี้คือไม่เป็นตัวเองแล้ว

หลังจากเรียนจบเริ่มทำงานก็มีไปฉีดโบบ้าง ช่วงนั้นฉีดเยอะมาก มันลดนะคะ แต่เมว่ามันยังไม่สุดเพราะกรามเมใหญ่มาก หลังจากที่ฉีดโบอยู่นานก็เริ่มดื้อยาแล้ว ฉีดเท่าไหร่ก็ไม่ลดเพราะเมฉีดติดกันเป็นปีเลยค่ะ เลยคิดอยากจะตัดกรามขึ้นมาให้มันจบๆไป ประจวบเหมาะกับที่เมเริ่มมีเงินเก็บประมาณนึงแล้ว
เมหาข้อมูลอยู่สักพักดูตัดกรามรีวิวมาก็เยอะค่ะประมาณ 3 เดือน ทักไปสอบถามรายละเอียดทั้งคลินิกและโรงพยาบาลซึ่ง 1 ในนั้นก็มี Vertex Clinic จริงๆเมได้เข้าไปปรึกษากับคุณหมอที่อื่นบ้างแล้วแต่ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจ เพราะด้วยเรื่องราคา ความคุ้มค่ามันยังไม่ถูกใจเราถึงแม้ว่าจะเป็นราคารีวิวตัดกรามแล้วก็เถอะ อีกอย่างคือต้องนอนพักฟื้นที่รพ. บวกมีสายเดรน
แต่ในส่วนของ Vertex Clinic ทุกอย่างโอเคมากค่ะ มีเทคโนโลยีค่อนข้างดี ชื่อว่า Nemotec V ที่ทำให้บวมน้อย ไม่ต้องแอดมิท ไม่มีสายเดรน คือเข้าไปดูรีวิวตัดกราม แต่ละคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าดี และสามารถออกไปทำงานได้เลย เราสนใจที่นี่เป็นพิเศษ แต่อีกใจก็คิดว่าราคาสูงนะ อย่างว่าก็เราอยากทำกับคุณหมอตี๊อะเนอะ เพราะเมเองก็เป็นคนที่เคยดูรายการ Let me in Thailand เหมือนกันค่ะ จะเห็นคุณหมออยู่บ่อยๆ แต่นั่นแหละ ด้วยราคาเราเลยขอคิดก่อนว่าจะทำดีมั้ย ทำออกมาแล้วคุ้มจริงๆมั้ย

เราก็แบบเห้ยยยย ดี!! ตอนนั้นยังไม่รู้ราคาเพราะเค้าโปรโมทแค่ว่าคุณหมอตี๊จะเป็นคนผ่าตัด เมดีใจไว้ก่อน555555 ไม่กี่วันราคาก็ออกมา


ราคาออกมาเมนี่ตื่นเลยตาแตกมากกก ถูกมาก ส่วนตัวสนใจทั้ง 2 เลยค่ะ ในงบ 122,222 บาท และได้ของแถมเยอะมากก
ในใจเมนะคิดว่าอยากตัดกราม + กล้ามเนื้อกราม เพราะเรากรามใหญ่ หน้าใหญ่ และคุณหมอที่ฉีดโบให้เมื่อก่อนเค้าแจ้งว่าเรากล้ามเนื้อกรามเยอะ
แต่โปรที่ทางคลินิกจัดออกมาคือ “กล่องสุ่ม” เพราะฉนั้นเราจะเลือกไม่ได้ว่าจะได้ทำอะไรบนใบหน้า คุณหมอจะเป็นคนประเมินให้เท่านั้น
แต่เอาจริงๆเมมั่นใจระดับนึงว่าต้องได้ทำในส่วนของกรามแน่นอน เพราะว่ากรามใหญ่มาก

ถ้าอยากได้ต้อง CF แค่ในไลฟ์เท่านั้นและโอนเลย เมก็ตั้งหน้าตั้งตารอเลยค่ะกลัวเอฟไม่ทัน ลุ้นยิ่งกว่าหวย โชคดีที่เป็นวันหยุด มีเวลาดูไลฟ์ทั้งวัน ราคานี้เราจะพลาดไม่ได้

เปิดไลฟ์มาแอดมินก็จะพูดถึงเรื่อง Nemotec V และเปิดวีดีโอรีวิวตัดกราม ตัดโหนกแก้ม ของคนไข้ท่านอื่น และในที่สุดก็ถึงช่วงเวลาที่รอคอย พอแอดมินเปิดให้ Cf เท่านั้นละรอช้าอยู่ใย จัดไปทั้งสวย1และสวย2 อย่าให้เสียชื่อ
ถ้า CF ติดก็จะมีข้อความตอบกลับมาแบบของเม และจ้าหน้าที่จะให้เราส่งรูปตามแพทเทินของเค้า หลังจากนั้นรอ 10 นาทีเพื่อให้คุณหมอประเมิณคร่าวๆว่าสามารถทำได้ไหม ถ้าทำได้ก็โอนตังเลยค๊า
แต่ประเมิณว่าทำอะไรคุณหมอก็ยังไม่บอกนะ เราจะได้รู้วันที่เข้ามาคุยกับคุณหมอวันแรก

ไม่รู้ว่าดีใจหรือเสียใจที่ได้เสียเงิน ในภาพเหมือนฝืนยิ้ม555555

หลังจากที่โอนตังไปและทำนัดเข้ามาปรึกษาครั้งแรกเรียบร้อย อยากรู้จังว่าได้ทำอะไร เพราะมาถึงทางคลินิกก็ให้เข้าไป CT Scan และให้เข้าพบคุณหมอเพื่อดูภาพ Nemotec V ซึ่งการดูภาพ Nemotec V คือเราจะสามารถรู้ตำแหน่งเส้นประสาทสำคัญได้ และเห็นผลก่อน / หลังการผ่าตัด

สังเกตุว่ากรามมาเป็นเหลี่ยมเลยและคางก็บุ๋มด้วย คุณหมอมีแจ้งว่ามุมกรามไม่เท่ากัน คือถ้าเราไม่มา CT เมก็ไม่รู้เลยว่ามันไม่เท่ากันมากขนาดนี้
ตอนที่คุยกับคุณหมอ เค้าจะนำมาเทียบให้ดูเลยว่าหลังตัดมาโครงหน้าเมจะเป็นยังไง คุยไปคุยมาคุณหมอสรุปว่าให้เม เป็นเคสรีวิวตัดกราม + ตัดกล้ามเนื้อกราม ฉันว่าแล้วว่าต้องได้ตัดกรามเพราะกรามใหญ่มาก
ดีใจสุดๆแทบกรี๊ด ได้เป็นเคสรีวิวตัดกรามแล้ว แต่ในใจก็อยากเสริมคางด้วยเลยเพราะที่นี่คุณหมอเสริมคางด้วยกระดูกตัวเอง โดยเอากระดูกกรามนี่ละเสริม อย่างที่บอกว่าคางเราบุ๋ม แต่ก็เอาไว้ก่อนดีกว่า เพราะงบมีเท่านี้55555
____________________________________________________
หลังจากคุยกับคุณหมอเสร็จก็ออกมาทำนัด วัน / เวลาที่จะผ่าตัด และเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้เราไปตรวจสุขภาพที่รพ. และตรวจโควิด ก่อนผ่าตัดไม่เกิน 7 วัน
เมเตรียมลางานไว้เลยอย่างน้อยประมาณ 5 วัน เพื่อความชัวร์ จริงๆทุกคนที่สนใจตัดกรามไม่ต้องลาเยอะเท่าเมก็ได้ค่ะแต่ที่ลาเยอะเพราะอยากนอนอยู่บ้านเฉยๆ55555555

อันนี้พอทำนัดเสร็จ ทางการตลาดขอยืมตัวเมมาสัมภาษณ์ความรู้สึกว่าทำไมถึงอยากรีวิวตัดกราม เมเลยเล่าสตอรี่ที่เคยโดนบูลลี่ หรือโดนคนอื่นทักด้วยคำพูดที่ไม่ควร พอเล่าไปเล่ามาเราก็น้ำตาไหลเพราะมันเป็นปมของเราจริงๆ
ใครที่อยากดูเมดราม่า เดี๋ยวเมจะแปะคลิปไว้ที่ด้านล่างสุดนะคะ
พอถึงว่าผ่าตัด เมมาที่คลินิกตั้งแต่ 6:30 ค่ะ เพราะคุณหมอจะเริ่มผ่าตัดตอน 7 ม.เช้า ตอนนั้นคือตื่นเต้นมาก ในหัวค่อนข้างกังวลเพราะเราก็ไม่เคยผ่าตัดแบบใช้ยาสลบมาก่อนเลย แต่เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเมเค้าให้กำลังใจดีมากค่ะ และก็อธิบายว่าแบบมันไม่เจ็บ เราแค่หลับไปตื่นขึ้นมาก็สวยแล้ว ถือว่าเป็นคำพูดปลอบใจที่ดีค่ะ

ในขณะที่เมหลับ คุณหมอตี๊ก็กำลังผ่าตัดอย่างเคร่งเครียด เพราะเมบรีฟไปว่าเมขอหน้าเรียวๆนะคะหมอ เพราะอยากสลายปมในชีวิตค่ะ555555

ในห้องผ่าตัดก็จะมีภาพ Nemotec V และหน้าของเมแปะที่ผนัง เพื่อดูรูปหน้าของเมว่าเป็นยังไงและทวนแผนการผ่าตัด

ผ่ามาได้ประมาณ 30 นาที ช็อตสำคัญก็ออกมาแล้วค่ะกรามใหญ่จริง

คุณหมอผ่าตัดโดยประมาณ 1 ชม. 30 นท. เท่านั้น!! ถือว่าเร็วมาก ออกมาทั้งกรามและกล้ามเนื้อ
ไอส่วนกล้ามเนื้อเนี้ยใครที่ฉีดโบบ่อยๆต้องรู้นะ ที่ทำให้หน้าเราเล็กเพราะที่คลินิกฉีดเข้ากล้ามเนื้อให้ ไม่ได้ฉีดเข้ากระดูกนะ
ใครที่กรามใหญ่เพราะกระดูก ฉีดโบให้ตายก็ไม่ลดนะคะ แนะนำมาตัดกรามเลยดีกว่า

เมไม่มีอาการมึนยาสลบใดๆนะคะ เพราะที่นี่พี่เค้าแจ้งแล้วว่าเป็นการดมยาโดยวิสัญญีแพทย์ ด้วยเทคนิค Ambulatory Anesthesia เค้าบอกว่าการดมยาแบบนี้ ทำให้ไม่มึนงงหลังการผ่าตัดค่ะ และที่สำคัญคือไม่เจ็บ ไม่มีสายเดรนด้วย

ที่พิมพ์อยู่เมไม่ได้อวยนะคะ เพราะเราเสียตังมาทำเหมือนกันแต่แค่ถูกกว่าปกติค่ะ55555 หลังจากที่เมฟื้นแล้วก็ทานยาทานข้าว เตรียมตัวกลับบ้านได้เลยค่ะ ชิวมาก


วันที่ 2 นี่หน้าค่อนข้างบวมเลยค่ะ แต่อาการเจ็บยังไม่มีใดๆแค่รู้สึกตึง วันนี้มา CT Scan หลังทำอีกรอบ คุณหมอเปิดภาพ Nemotec V ให้ดู กรามหายไปเยอะมากและหน้าเท่ากันแล้ว
แต่ผลลัพธ์ยังไม่เห็นเพราะวันนี้เมเพิ่งผ่าตัดไปได้แค่ 2 วัน หน้ายังบวมอยู่คุณหมอแจ้งว่า หลังจาก 10 วัน หน้าเราจะค่อยๆลดบวมเรื่อยๆและคงตัวที่ 3 – 6 เดือนแล้วแต่คน

อดใจรอที่จะเห็นความเรียวไม่ไหวแล้ว แต่จะว่าไปมันก็บวมน้อยอย่างที่เค้าว่านะ และไม่มีความช้ำเลย ที่เมเคยดูรีวิวตัดกรามมาบางคนที่เห็นนี่มีสายเดรนและรอยช้ำเยอะมาก รู้สึกดีที่ตัวเองไม่มีเอฟเฟคอะไรเยอะ5555

ต่อไปก็จะต้องส่งภาพมาอัพเดทกับทางคลินิกบ่อยๆ วันนี้เข้ามาไม่มีอะไรมากค่ะ

วันนี้มีเข้ามาเช็คแผลกับคุณหมออีกทีนึง เข้าพบคุณหมอแล้ว คุณหมอแจ้งว่าโอเคแผลดีมากไม่มีปัญหาอะไร เจอกันอีกที 1 เดือน แค่นี้เลยค่ะ555555 หลังจากนั้นก็ไปนอนทำ Smart light ต่อ

รู้สึกว่านี่แค่ 1 เดือน ยุบบวมไวมาก หน้าเข้าที่เข้าทางเริ่มเรียวแล้ว
ดีใจมากเพราะคนทักเยอะว่าไปทำอะไรกับหน้ามา หน้าเล็กลงเยอะ เป็นปลื้มสุดๆ

หลังจากที่ผ่าตัดกราม + กล้ามเนื้อกรามไปสักพัก มาอัพเดทความสวยให้ทุกคนดูชัดๆว่าสันกรามเมหายไปแล้ว
ปกติถ่ายหน้าตรงไม่ได้เลย แต่ตอนนี้คือรวบผมได้ ไม่ต้องเอาผมปิดหน้าแล้ว สุดจริงที่ Vertex

อันนี้เป็นภาพปัจจุบันนะคะ เมตัดกรามได้ 8 เดือนแล้ว จากคนหน้าเศร้าๆที่นั่งสัมภาษณ์ไปน้ำตาตกไป วันนี้มั่นใจแล้วค่ะ บอกลาปมด้อยในวัยเด็กได้เลย รีวิวตัดกรามครั้งนี้เมอธิบายค่อนข้างละเอียดเลยนะทุกคน สำหรับใครที่ไม่มั่นใจในตัวเองเหมือนเม และมีปมด้อยเรื่องกรามใหญ่ เมแนะนำมาปรึกษาที่ Vertex Clinic ก่อนได้นะคะ
เพราะที่นี่เค้ายืนหนึ่งเรื่องโครงหน้าอยู่แล้ว เมรับรองเลยว่าไม่ผิดหวัง
ฉีดโบไม่ลง กรามใหญ่
ปรึกษาฟรีได้ที่นี่!!
รีวิวความรู้สึกก่อนตัดกรามและหลังทำเสร็จของเม
รีวิวตัดกราม Before & After เพิ่มเติมจากเคสอื่นๆ

